ข่าวประชาสัมพันธ์
Home / แจกแนวข้อสอบ / ถาม – ตอบ แนวปฏิบัติการวัดการและประเมินผลเรียนรู้ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
ถาม – ตอบ แนวปฏิบัติการวัดการและประเมินผลเรียนรู้ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551

ถาม – ตอบ แนวปฏิบัติการวัดการและประเมินผลเรียนรู้ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551

  1. เอกสารหลักฐานการศึกษาที่มีอยู่ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 เมื่อมาใช้หลักสูตร ฯ 2551 จะต้องปรับรายการใดบ้าง และปรับอย่างไร

ตอบ – จะต้องปรับรายการดังต่อไปนี้

  • ปรับช่องการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ จากของเดิม Program Student 44 กำหนดให้ลงคะแนน 5 ช่อง เป็น 8 ช่อง แต่หากโรงเรียนใดจะกำหนดมากกว่า 8 ข้อ ก็สามารถทำได้แล้วเพิ่มช่องการลงคะแนนให้สอดคล้องกัน
  • ปรับกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ประเมินโดยใช้เกณฑ์การตัดสิน “ ผ่าน ” กับ “ ไม่ผ่าน ”เหมือนกันกับหลักสูตร ฯ 2544 เดิมกำหนดไว้ 3 ส่วน ได้แก่ กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมลูกเสือเนตรนารี และกิจกรรมชุมนุม/ชมรม ส่วนหลักสูตรฯ 2551 ให้เพิ่มกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ขึ้นอีก 1 กิจกรรม รวมเป็น 4 ส่วนแล้ว ให้เพิ่มช่องสำหรับกรอกผลการประเมินกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์อีก 1 ช่อง
  • ปรับรายวิชาเพิ่มเติม / กิจกรรมเพิ่มเติม เดิมหลักสูตร ฯ 2544 กำหนดให้มีได้ตั้งแต่ ช่วงชั้นที่ 2เป็นต้นไป แต่หลักสูตรฯ 2551 ให้โรงเรียนจัดได้ตั้งแต่ ชั้น ป.1 เป็นต้นไป จึงต้องปรับเพิ่มช่อง ให้สามารถกรอกคะแนนสำหรับรายวิชาเพิ่มเติม / กิจกรรมเพิ่มเติม ได้ตั้งแต่ ชั้น ป.1เป็นต้นไป สำหรับกิจกรรมเพิ่มเติมนั้น โรงเรียนสามารถจัดได้โดยไม่ต้องมีรหัสวิชาและคำอธิบายรายวิชา
  • เพิ่มช่องการกรอกคะแนนวิชาประวัติศาสตร์ในรายวิชาพื้นฐาน ระดับประถมจะมี 9 รายวิชาและลดช่องในรายวิชาเพิ่มเติมเหลือเพียง 1 รายวิชา
  • ปรับบันทึกผลการเรียน (ปพ.5) จากผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง เป็นตัวชี้วัด

 

  1. แบบ ปพ.1 – ปพ.3 ที่เป็นบังคับแบบออกโดยกระทรวงศึกษาธิการ รูปแบบและวิธีการสั่งซื้อยังคงเหมือนเดิมหรือไม่ อย่างไร

ตอบ – แบบ ปพ.1 และ ปพ.3 หลักสูตรฯ 2544 ออกเป็นช่วงชั้น แต่หลักสูตรฯ 2551 ออกเป็นระดับประถม มัธยมต้น และมัธยมปลาย ระดับประถมต้องกรอกผลการเรียน 12 ภาคเรียนจำนวน 6 ปี ต่อเนื่องกัน (ไม่ลงค่าน้ำหนัก และไม่ต้องนำค่าน้ำหนักมาคำนวณผลการเรียนเฉลี่ยเหมือนกับหลักสูตรฯ 2544) ส่วนระดับมัธยมต้น และมัธยมปลาย ยังคงกำหนดเป็นหน่วยกิตผลการเรียนเป็น 8 ระดับ และการคิดผลการเรียนเฉลี่ยยังคงนำค่าหน่วยกิตมาคำนวณเหมือนเดิมสำหรับการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนให้กรอกเวลาเรียนแต่ละกิจกรรมเป็นชั่วโมง และผลการประเมิน “ ผ ” และ “ มผ ” ส่วนการประเมินการอ่านคิดวิเคราะห์และเขียน และการประเมินคุณลักษณะอันพึ่งประสงค์ให้นำสรุปผลการประเมินตลอดระยะเวลา 6 ปี ( ประถม ) 3 ปี( ม.ต้น ม.ปลาย ) มากรอกในลักษณะคำสำคัญว่า “ ดีเยี่ยม ” “ ดี ” “ ผ่าน ”

– วิธีการสั่งซื้อนั้นโรงเรียนจะต้องจัดทำหนังสือขอซื้อแบบพิมพ์ต่อสำนักงานเขตพื้นที่ ดำเนินการใน 2 ลักษณะ กรณีที่ 1 สำนักงานเขตพื้นที่เป็นผู้ดำเนินการจัดซื้อ กรณีที่ 2 โรงเรียนได้รับมอบหมายเป็นผู้ดำเนินการจัดซื้อเอง (ดำเนินการในลักษณะเช่นเดียวกับหลักสูตรฯ 2544)

 

  1. นักเรียนจะต้องผ่านตัวชี้วัดทุกตัวไหมจึงจะได้เลื่อนชั้น และครูผู้สอนจะกำหนดเกณฑ์การผ่านอย่างไร จึงจะได้ชื่อว่านักเรียนได้ผ่านตัวชี้วัดนั้นแล้ว

ตอบ – ตัวชี้วัดทุกตัวต้องผ่านการประเมิน ครูผู้สอนต้องตกลงให้ตรงกันภายในโรงเรียน ซึ่งโรงเรียนเป็นผู้กำหนดเองว่าจะใช้เกณฑ์อะไรจึงจะผ่านตัวชี้วัดแต่ละตัว ควรตั้งเกณฑ์ตั้งความคาดหวังกับเด็กเก่ง ปานกลาง และอ่อน ที่แตกต่างกัน แต่ควรตั้งให้สูงขึ้นเรื่อย ๆ(เกณฑ์ต้อง ต่ำเกินไปจนไม่พัฒนา แต่ก็ต้องไม่สูงเกินไปจนท้อแท้) ควรนำผลการประเมินมาใช้อย่างเป็นรูปธรรม คือแก้ไข ซ่อมเสริมอย่างจริงจัง โรงเรียนต้องวางระบบการซ่อมเสริมให้ชัด ซึ่งผู้ที่จะกำหนดแนวปฏิบัติได้ คือ ผู้บริหาร และครู

  1. นักเรียนที่เรียน ป.5 หลักสูตรฯ 2544 ปีนี้ขึ้นชั้น ป.6 จะต้องเรียนหลักสูตรฯ 2551 มีอะไรจะต้องปรับเปลี่ยนบ้าง และเมื่อจบ ป.6 จะออกเอกสารหลักฐานการศึกษาอย่างไร

ตอบ – สิ่งที่ต้อง ปรับเปลี่ยน ใน ชั้น ป.6 เมื่อมาเรียนหลักสูตรฯ 2551 ได้แก่

1) ผลการประเมิน ชั้น ป.6 ต้องผ่านทุกรายวิชาพื้นฐาน และเพิ่มเติม และต้องผ่านทุกตัวชี้วัดและทุกผลการเรียนรู้

2) ต้องผ่านการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ข้อ และที่ โรงเรียนกำหนดเพิ่ (หากมี)

3) ต้องผ่านกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน รวม 4 กิจกรรม

4) ต้องใช้เอกสารหลักฐานการศึกษา ปพ.1 ปพ.3 ที่เป็นบังคับแบบขอกระทรวงศึกษาธิการตามหลักสูตรฯ 2551

5) ต้องใช้เอกสารหลักฐานการศึกษา ปพ.5 ปพ.6 ปพ.7 ป_m€______Xพ.8 ที่สถานศึกษาจัดทำขึ้นเองซึ่งต้องสอดคล้องตามโครงสร้างของหลักสูตรฯ 2551 ด้วย สำหรับโรงเรียนใดที่เคยใช้เอกสารหลักฐานการศึกษา ที่เขตพื้นที่จัดทำ สามารถใช้ต่อเนื่องได้ใน นบ.468 แต่สำหรับ นบ.5/1นบ.5/2 ทางเขตพื้นที่การศึกษาจะออกแบบจัดทำขึ้นใหม่ แล้วแจ้งให้โรงเรียนสั่งจอง (แจ้งแล้ว)- เมื่อจบ ป.6 แล้วทางโรงเรียนจะต้องออกเอกสารหลักฐานการศึกษาเป็นการจบการศึกษาในระดับประถมศึกษา โดยใช้แบบ ปพ.1 ปพ.3 ตามหลักสูตรฯ 2551 ที่สั่งซื้อจาก สก.สค.โดยผ่านทางสำนักงานเขตพื้นที่

  1. แบบ ปพ.1 แลกเปลี่ยน หรือขอยืมใช้ระหว่างสถานศึกษาได้หรือไม่

ตอบ – ไม่ได้

  1. แบบ ปพ.1 ปพ.2 ปพ.3 ซื้อมาแล้วไม่ประสงค์จะใช้ หรือเกิดการสูญหาย หรือเกิดจากการเขียนผิดพลาด สกปรก ชำรุด เสียหาย จะต้องทำอย่างไร

ตอบ       1) ซื้อมาแล้วไม่ประสงค์จะใช้ต้องเก็บรักษาไว้ตลอดไป

2) ซื้อมาแล้วเกิดการสูญหาย ต้องแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เขตพื้นที่ ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง แล้วรายงานผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าฯ ตั้งคณะกรรมการสอบสวนก่อนลงนามในประกาศยกเลิกแบบพิมพ์ สถานศึกษาแจ้งประกาศยกเลิกถึงทุกกระทรวง ทุกจังหวัดทุกเขตพื้นที่ ไม่ให้รับ ปพ.1 ดังกล่าว3) ซื้อมาแล้ว เขียนผิดพลาด สกปรก ชำรุด เสียหาย ให้โรงเรียนดำเนินการดังนี้

(1) ทำรายงานยกเลิกโดยระบุสาเหตุ เลขที่ และจำนวนแบบพิมพ์ที่เสียหายเสนอเขตพื้นที่

(2) เขตพื้นที่แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการสอบสวน (กรณีแบบพิมพ์มีความเสียหายเพียงเล็กน้อยสามารถทำเครื่องหมายขีดฆ่า และเขียนข้อมูลที่ถูกต้อง โดยลงลายมือชื่อนายทะเบียนกำกับไว้ได้อาจไม่ต้องประกาศยกเลิก ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการดำเนินการสอบสวน) หากคณะกรรมการเห็นสมควรประกาศยกเลิกแบบพิมพ์ ให้เขตพื้นที่ทำรายงานขอยกเลิกแบบพิมพ์ ปพ.1 ฉบับที่เสียหายรายงาน ผู้ว่าฯ พร้อมแนบประกาศยกเลิกแบบพิมพ์ให้ลงนาม

(3) เมื่อ ผู้ว่าฯ ลงนามประกาศยกเลิกแบบพิมพ์แล้ว ให้เขตพื้นที่แจ้งประกาศยกเลิกถึงกระทรวงทุกกระทรวง ผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขต เพื่อแจ้งหน่วยงานในสังกัดไม่ให้รับพิจารณาระเบียนแสดงผลการเรียน (ปพ.1) ที่ถูกยกเลิกต่อไป

 

  1. ช่วงรอยต่อของหลักสูตรฯ 2544 และหลักสูตรฯ 2551 ระดับประถมใช้หลักสูตรฯ 2551พร้อมกันหมดทุกชั้น ระดับ ม.ต้น และ ม.ปลาย เริ่มใช้ใน ชั้น ม.1 และ ม.4 ถ้าเด็กย้ายจากหลักสูตรฯ 2551 ไปหลักสูตรฯ 2544 หรือจากหลักสูตร 2544 ไปหลักสูตร 2551 จะทำได้หรือไม่และทำอย่างไร

ตอบ – สามารถย้ายได้ทั้ง 2 กรณี ในการนี้ทางกระทรวงศึกษาธิการจะออกคำสั่งเพื่อเป็นการรองรับรอยต่อในช่วงนี้ ให้กับทางโรงเรียนโดยเขตพื้นที่จะแจ้งให้ทราบต่อไป ทั้งนี้ โรงเรียนควรให้เด็กแก้ไข ผลการเรียนตามหลักสูตรเดิมให้เสร็จสิ้นก่อนที่จะย้ายมา แล้วโรงเรียนที่รับย้ายใช้วิธีการเทียบโอนผลการเรียนได้ตามปกติ

  1. การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน เป็นปัญหาในการปฏิบัติ มีการตีความที่แตกต่างกันการประเมินตามหลักสูตรฯ 2551 ควรประเมินอย่างใด จึงจะถูกต้อง และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของหลักสูตรฯ

ตอบ – การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน เป็นกระบวนการที่ต่อเนื่อง กล่าวคือ เมื่ออ่านแล้วก็ต้องคิดในสิ่งที่ได้อ่านแล้วสามารถเขียนเรียบเรียงในสิ่งที่คิดออกมาให้ผู้อื่นเข้าใจให้ได้ การประเมินจึงเป็นแบบองค์รวลักษณะการบูรณาการของการอ่าน การคิดวิเคราะห์ และการเขียน

  1. นักเรียนเรียนหลักสูตรฯ 2544 ในระดับประถม แล้วจะต้องมาเรียนหลักสูตรฯ 2551 ในชั้นถัดไปเช่น ป.1 ขึ้น ป.2 , ป.2 ขึ้น ป.3 ………… ครูจะคิดผลการเรียนเฉลี่ยของนักเรียนที่จบระดับประถมศึกษา (ชั้น ป.6) อย่างไร

ตอบ – ให้นำผลการเรียนของหลักสูตรฯ 2544 กับหลักสูตรฯ 2551 มาต่อกัน และคิดคำนวณผลการเรียนเฉลี่ยของนักเรียนที่จบใน ชั้น ป.6 เป็นจบการศึกษาระดับประถมศึกษา

  1. หากเด็กติด “ ร ” “ มส ” “ 0 ” ในหลักสูตรฯ 2544 แล้วจะต้องมาใช้หลักสูตรฯ 2551จะทำอย่างไร

ตอบ – ขอให้โรงเรียนจัดให้มีระบบกำกับดูแลไม่ให้เด็กติด “ร“ “มส” “0” สะสมซึ่งเมื่อมาใช้หลักสูตรฯ 2551 แล้วจะทำให้ยุ่งยาก โดยเฉพาะนักเรียนที่เรียนหลักสูตรฯ 2544 ติด “ 0 ”ในชั้น ม.1 , ม.4 ซึ่งเด็กต้องเรียนซ้ำ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

live webcam girls
Top 10 Best Product in Home Kit 2017 Top 10 Best Product in Women Fashion 2017 Top 10 Best Product in Technology 2017 Top 10 Best Product in Car Accessories 2017
Scroll To Top
Top 10 Best Product in Home Kit 2017 Top 10 Best Product in Women Fashion 2017 Top 10 Best Product in Technology 2017 Top 10 Best Product in Car Accessories 2017
Top 10 Best Product in Home Kit 2017 Top 10 Best Product in Women Fashion 2017 Top 10 Best Product in Technology 2017 Top 10 Best Product in Car Accessories 2017